บทที่ 1 ทำไมการไม่กินอาหารจึงดีต่อสุขภาพ

2017-09-18 23:24:28 41 นพ.โยะชิโนะริ นะงุโมะ

กุญแจที่ช่วยให้มนุษยชาติมีชีวิตอยู่ต่อ คือ ยีนที่ช่วยให้รอดชีวิต


การกินอาหารวันละ 3 มื้อนั้นเป็นเรื่องปกติปัจจุบันทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นคงจะคิดเช่นนั้นโดยปราศจากความเคลือบแคลงใดๆ


แต่ถ้าหากลองย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ตลอด 170,000 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่บรรพบุรุษของมนุษยชาติเริ่มปรากฏขึ้นบนโลกใบนี้ก็จะพบว่ามนุษย์เพิ่งเริ่มได้กินอิ่มครบ 3 มื้อเมื่อไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมานี้เองถึงจะประเมินให้นานสุดๆอย่างมากก็ไม่น่าจะถึง 100 ปี


เมื่อพูดถึงประเทศญี่ปุ่นเองเราก็เพิ่งจะเริ่มกินอาหารวันละ 3 มื้อในช่วงฟื้นฟูจากซากปรักหักพังหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และเข้าสู่ช่วงที่เศรษฐกิจเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วแต่ในช่วงก่อนหน้านั้นและระหว่างที่เกิดสงครามชาวบ้านทั่วไปก็ไม่ได้กินอิ่ม


เนื่องจากในอดีตเป็นเรื่องธรรมดาที่เราไม่สามารถกินอาหารให้ครบ 3 มื้อเท่าไหร่จึงเกิดความเชื่อว่าการกินอาหารให้เพียงพอคือเคล็ดลับของการมีสุขภาพดี


เราเริ่มกินอาหารตามเวลาที่แน่นอนหลังจากเริ่มมีวัฒนธรรมการกินข้าวแล้ว ในประเทศจีนเริ่มปลูกข้าวเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อนคริสตกาลหรือเมื่อ 4,000 กว่าปีมานี้เอง แต่ตลอด 166,000 ปีก่อนหน้านั้นเป็นยุคของวัฒนธรรมการล่าสัตว์ถ้ารับไม่ได้ก็จะไม่มีอาหารกินไปหลายวัน 


แต่หลังจากมีวัฒนธรรมการปลูกข้าวแล้ว ก็ยังเกิดความอดอยากเนื่องจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความแปรปรวนของสภาพอากาศนับครั้งไม่ถ้วนตามที่ต่างๆ ทั่วโลก กล่าวคือ หากจะบอกว่าประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ คือการต่อสู้กับความอดอยากอยู่เสมอก็คงไม่ใช่การพูดเกินจริง


จนถึงปัจจุบัน ความอดอยากก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ถ้าไม่นับประเทศส่วนน้อยอย่างญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป ก็จะเห็นได้ว่าประเทศต่างๆ ในโลกนี้อีกเกินครึ่งยังคงเผชิญกับวิกฤตความอดอยาก


จากแผนที่แสดงระดับความอดอยากของประเทศทั่วโลกที่เผยแพร่โดยโครงการอาหารโลก จะเห็นว่าสภาพความอดอยากในทวีปเอเชีย แอฟริกา อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ เป็นสีเข้ม


ความอดอยากคือภาวะที่ไม่สามารถรักษาน้ำหนักตัวขั้นต่ำให้เหมาะสมกับส่วนสูงได้และได้รับจำนวนแคลอรี่ที่จำเป็นไม่เพียงพอต่อการประกอบกิจกรรมในระดับเบาเบาผู้คนจำนวนมากขาดแคลนอาหารแม้แต่ในปริมาณขั้นต่ำที่สุดที่จำเป็นต่อร่างกายซึ่งเป็นผลจากภัยธรรมชาติสงครามที่ยืดเยื้อรุนแรงและความยากจนอย่างหนัก


แต่เมื่อดูแผนที่แสดงระดับความอดอยากของประเทศต่างๆทั่วโลกคุณจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง นั้นคือประเทศที่เผชิญภาวะอยากจะมีอัตราการเกิดสูง


ถึงแม้มองเผินๆ จะดูเหมือนมีความสุขท่ามกลางอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์ แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วกับมีอัตราการเกิดต่ำจำนวนประชากรก็ลดลงเรื่อยๆถ้าพูดในแง่ของสิ่งมีชีวิตทั่วไปก็คือเป็นสายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์หากเป็นเช่นนี้ต่อไปคาดว่าอีกไม่กี่หมื่นปีหลังจากนี้ประชากรของโลกจะเหลือแต่ประชากรในดินแดนที่อดอยาก

ทำไมความสามารถในการอยู่รอดนี้จึงแตกต่างกันล่ะ

แน่นอนว่าเกี่ยวข้องกับความอดอยากและในประวัติศาสตร์อันยาวนานของมนุษยชาตินั้นมีวิกฤติการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ และสงคราม

หลายคนอาจคิดว่ามนุษย์ปักกิ่งคือ บรรพบุรุษของชวจีน มนุษย์ชวาคือ บรรพบุรุษของชาวเอเชีย และมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลคือ บรรพบุรุษของชาวยุโรป นั้นเป็นความเข้าใจผิดครับ เพราะพวกเขาสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว ผมต้องขอโทษคนที่เชื่อว่า "มนุษย์ไม่มีทางสูญพันธุ์" แต่จนถึงตอนนี้ มนุษย์จำนวนมากได้สูญพันธุ์ไปจากโลกแล้ว บรรพบุรุษของคนผิวขาวคนผิวดำและคนผิวเหลืองในปัจจุบันคือ หญิงสาวซึ่งถือกำเนิดที่จีนเขาคิลิมันจาโรเมื่อ 170,000 ปีก่อน และถูกตั้งชื่อว่า "ไมโทคอนเดรียล อีฟ"


ในขณะที่ประเทศซึ่งเผชิญภาวะอดอยาก เกิดปัญหาประชากรล้น แต่ประเทศที่พัฒนาแล้ว กลับไม่สามารถแก้ปัญหาอัตราการเกิดที่ถดถอยได้ ถึงแม้จะใช้วิทยาศาสตร์ล้ำสมัยมากมายเท่าไหร่ก็ตามแม้แต่เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์อย่างการผสมเทียมก็ไม่สามารถเพิ่มประชากรได้

แล้วคนญี่ปุ่นล่ะเราเป็นชนชาติที่มีอัตราการตั้งครรภ์ต่ำหรืออย่างไร


ไม่ใช่ครับ ในสมัยปู่ย่าตายายของพวกเรา หรือก็คือช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 สามีภรรยาคู่หนึ่งมักจะมีลูก 4-5 คน


สรุปคือ ในตัวคนรุ่นใหม่อย่างพวกเราซึ่งเป็นลูกหลานของมนุษยชาติที่รอดพ้นจากวิกฤตการณ์ความเป็นความตายมาได้นั้น มีสิ่งที่เรียกว่าความสามารถในการอยู่รอด ซึ่งจะปรากฏตัวก็ต่อเมื่อเผชิญกับความอดอยากความหนาวเหน็บ และโรคระบาด


แหล่งกำเนิดความสามารถในการอยู่รอดดังกล่าวก็คือ ยีนที่ช่วยให้รอดชีวิตซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่มนุษย์ฝ่าฟันจนผ่านพ้นวิกฤตการณ์มาได้


ยีนที่ช่วยให้รอดชีวิตไม่ได้มีเพียงชิ้นเดียวในร่างกายของพวกเรา มียีนจำนวนนับไม่ถ้วนที่ถูกเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว เช่น ยีนอดอยาก ซึ่งจะเอาชนะความอดอยาก ยีนต่ออายุขัย ซึ่งจะช่วยให้เรารอดชีวิตเมื่อเผชิญภาวะอดอยาก ยีนเจริญพันธุ์ ซึ่งจะทำให้อัตราการเกิดเพิ่มขึ้นเมื่อเกิดภาวะอดอยาก ยีนภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะเอาชนะโรคติดต่อ ยีนต้านมะเร็งซึ่งจะต่อสู้กับโรคมะเร็ง และยีนฟื้นฟูซึ่งจะชะลอความแก่ชราและรักษาอาการป่วย


แต่เรื่องที่ยุ่งยากก็คือ ถ้าไม่ได้เผชิญกับภาวะอดอยากหรือความหนาวเหน็บ ยืนที่ช่วยให้รอดชีวิตก็จะไม่ทำงาน ยิ่งไปกว่านั้นการกินอย่างอิ่มหนำสำราญกลับทำให้ร่างกายแก่ชรา อัตราการเกิดลดลง และมีภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง


เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตดีขึ้น หลังจากนี้ผมจะขออธิบายเกี่ยวกับยีนที่ช่วยให้รอดชีวิต