เมื่อรู้สึกหิว ยีนบางตัวจะเริ่มเคลื่อนไหว! #2

2017-09-15 09:51:52 61 นพ.โยะชิโนะริ นะงุโมะ

เรื่องนี้เป็นแรงผลักดันให้ผมเริ่มทดลองวิธีรักษาสุขภาพแบบต่างๆ อย่างสุดความสามารถ ผมเคยใช้เวลาในศูนย์กีฬา พยายามว่ายน้ำ และออกกำลังกายด้วยเครื่องออกกำลังกาย เรื่องของเรื่องคือผมตั้งใจจะเล่นกีฬาเพื่อลดน้ำหนัก แต่น่าขันที่มันกลับทำให้ความอยากอาหาร และน้ำหนักของผมค่อยๆ เพิ่มขึ้น ผมรู้สึกทรมานกับการไดเอต และเบื่อที่ต้องคำนวณปริมาณแคลอรีจนยากที่จะทำต่อไปได้


ระหว่างที่ลองผิดลองถูก พอผมเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารมาเน้นผัก และเลิกกินเนื้อสัตว์ อาการท้องผูกก็หายไปในพริบตา


ถึงอย่างนั้นก็ยังมีบางครั้งที่โหยหาเนื้อสัตว์อยู่ แต่เช้าวันรุ่งขึ้นพอกินเนื้อสัตว์เข้าไป อาการท้องผูกก็กลับมาอีก ตอนที่อยู่ในห้องน้ำผมทรมานแทบตาย จึงรู้สึกกลัวจนไม่กล้ากินเนื้อสัตว์อีก


ช่างเป็นเรื่องน่าแปลก คนที่เคยสูบบุหรี่ถ้าเลิกมาได้ระยะหนึ่งแล้ว จะรู้สึกไม่ดีเมื่อได้กลิ่นบุหรี่ เช่นเดียวกัน พอไม่ได้กินเนื้อสัตว์มาสักระยะ ถึงแม้จะได้กินสเต๊กเนื้อชั้นดี แต่กลับรู้สึกไร้รสชาติเหมือนว่ากำลังเคี้ยว "กระดาษฟาง" จนต้องคายออกมา


ผมขอนอกเรื่องหน่อยนะครับ พอไม่กินเนื้อสัตว์แล้ว กลิ่นตัวก็หายไปด้วย คนที่ชอบกินเนื้อสัตว์ และคนที่เป็นโรคอ้วนลงพุง จะมีสารน้ำมันซึ่งหลั่งจากต่อมไขมันบริเวณผิวหนังมาก แต่ถ้าสารนั้นเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันแล้วกลายเป็นไลปิดเปอร์ออกไซด์ ก็จะเกิดเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่เรียกกันว่า "กลิ่นคนแก่" ซึ่งกำจัดได้ยากมาก


ยิ่งไปกว่านั้น พอผมลดปริมาณอาหารด้วยการกิน "ซุปหนึ่งถ้วย และกับข้าวหนึ่งจาน" น้ำหนักก็ลดลงอย่างคงที่ สภาพร่างกายค่อยๆ ดีขึ้น เมื่อมองในแง่ของสารอาหารก็พบว่าได้รับ "คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน" จากอาหารที่เรียบง่ายทั้งหลาย ทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉงดี


แต่การเตรียมซุปหนึ่งถ้วย และกับข้าวหนึ่งจานทุกมื้อเป็นเรื่องยาก บ่อยครั้งที่ตอนเช้า และตอนกลางวันผมไม่รู้สึกอยากอาหาร แต่ตอนเย็นกลับต้องไปกินอาหารตั้งหลายอย่างกับเพื่อนฝูง ถึงแม้จะเป็นกิจวัตรที่ดีขนาดไหน ถ้าตึงเกินไปก็จะเริ่มทำได้ไม่ต่อเนื่อง 


 ดังนั้น ผมจึงปรับเปลี่ยนวิธีต่างๆ จนมาดำเนินชีวิตด้วย "การกินอาหารวันละมื้อ" อย่างในปัจจุบัน หลังจากนั้น 10 กว่าปีสุขภาพของผมก็ดีขึ้นมาก รวมทั้งคงน้ำหนักตัวเอาไว้ที่ 62 kg ได้ เหนือสิ่งอื่นใดผิวพรรณยังอ่อนเยาว์ขึ้นและกลับเป็นหนุ่มอีกครั้งจนถึงขั้นที่ผลการตรวจร่างกายทั่วไปบ่งบอกว่าอายุหลอดเลือดของผมเท่ากับคนอายุ 26 ปี


แต่ภายในใจของผมยังสงสัยว่าการกินอาหารวันละมื้อดีต่อสุขภาพจริงหรือ และจะแนะนำคนอื่นดีไหม


สิ่งที่ช่วยขจัดข้อสงสัยดังกล่าวคือ ยืนต่ออายุขัยทำให้อายุยืน ซึ่งถูกค้นพบเมือเร็วๆ นี้ การทดลองกับสัตว์หลากหลายชนิดพิสูจน์ว่าการลดปริมาณอาหารลง 40 เปอร์เซ็นต์ จะทำให้อายุยืนขึ้น 1.5 เท่า ไม่เพียงเท่านั้น สีหน้าจะมีชีวิตชีวา ขนเรียงตัวสวยงาม รวมทั้งรูปลักษณ์ภายนอกดูอ่อนกว่าอายุจริงอีกต่างหาก


ความอ่อนเยาว์และความงามแสดงให้เห็นถึงความมีสุขภาพดีจากภายใน ถ้าอวัยวะภายในทำงานได้อย่างเต็มที่ และมีการหมุนเวียนเลือดที่ดี ผิวพรรณก็จะเปล่งปลั่ง หน้าท้องแบนราบ ในทางกลับกัน ถ้าสุขภาพภายในร่างกายไม่ดี ถึงแม้จะใช้เครื่องสำอางราคาแพง หรือรักษาด้วยการทำศัลยกรรมเสริมความงามสักเพียงใด ก็ไม่ทำให้เกิดความงามได้อย่างแท้จริง


รูปลักษณ์ภายนอกเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพที่เข้าใจได้ง่ายมาก ถึงแม้จะคิดว่าตัวเองมีสุขภาพดี แต่มันก็คงเป็นเพียงแค่ "ยังไม่เจ็บป่วยร้ายแรง" หรือ "ผลการตรวจเป็นปกติ" เท่านั้น


"รูปลักษณ์" ภายนอกที่ดูแก่ชราคือหลักฐานบ่งบอกว่าร่างกายมีไขมันในช่องท้อง และเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนลงพุง กล่าวคือถ้าไม่ป้องกันโรคอ้วนลงพุงอย่างเด็ดขาด ก็จะมีสุขภาพที่ดีอย่างแท้จริงไม่ได้ และรูปลักษณ์ภายนอกก็จะไม่อ่อนเยาว์อย่างแท้จริงด้วยเช่นกัน


การมีผิวสวยอ่อนเยาว์ และหน้าท้องแบนราบ คือจุดมุ่งหมายของการดำเนินชีวิตด้วย "การกินอาหารวันละมื้อ"


หลังจากค้นพบยีนต่ออายุขัยผมก็นำมาใช้กับ "การกินอาหารวันละมื้อ" อย่างจริงจัง ทำให้มีโอกาสได้ไปบรรยาย และร่วมรายการโทรทัศน์เพิ่มขึ้น รวมทั้งมีผลงานเขียนเกี่ยวกับการชะลอวัยเพิ่มขึ้นและได้เป็นประธานกิตติมศักดิ์ของ anti aging medicine world congress


หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มแรกที่ผมเขียนเกี่ยวกับ "การกินอาหารวันละมื้อ"


ผมจะเล่าอย่างละเอียดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงของ "การกินอาหารวันละมื้อ"  และชี้ให้เห็นว่ามันเป็นวิธีที่จำเป็นต่อการมีสุขภาพดี จากนั้นผมจะแสดงให้เห็นว่า "วิธีดำเนินชีวิตด้วยการกินอาหารวันละมื้อ" อย่างเป็นรูปธรรม ยิ่งไปกว่านั้นผมยังจะเปิดเผยอีกว่า "การกินอาหารวันละมื้อ" ทำให้ร่างกายโดยเฉพาะรูปลักษณ์ภายนอกเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร


หลังจากอ่านจบ ผมคิดว่า "ความรู้" เกี่ยวกับสุขภาพที่ทุกคนเคยเชื่อมาจนถึงตอนนี้จะถูกลบล้างไป